สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/03/2009
ปรับปรุง 23/11/2017
สถิติผู้เข้าชม 1,841,920
Page Views 1,902,654
 

เมนู

 
ตลาดงานกรมจัด
ศูนย์ข่าวสารตลาดแรงงานจังหวัดลำปาง

ทต.ล้อมแรด อบรมกฎหมายคุมยาสูบแก่ร้านค้าบุหรี่

ทต.ล้อมแรด อบรมกฎหมายคุมยาสูบแก่ร้านค้าบุหรี่

ทต.ล้อมแรด ร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพจัดอบรมกฎหมายควบคุมยาสูบแก่ร้านค้าบุหรี่

          เมื่อเร็วๆ นี้ (30 พ.ค.56) ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลล้อมแรด นายวัชระ กาวิละนันท์ รองนายกเทศมนตรีตำบลล้อมแรด ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีตำบลล้อมแรด เป็นประธานมอบป้ายรณรงค์กำกับควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบตามกฎหมาย ให้แก่ ผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด จำนวน 38 ร้านค้าในเขตเทศบาล ที่ผ่านการฝึกอบรมกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบตามโครงการล้อมแรดสดใสไร้ควันบุหรี่โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีความรู้ด้านกฎหมายควบคุมยาสูบ ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ซึ่งบังคับใช้ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดให้แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีการฝ่าฝืนตามมาตรา 4 และมาตรา 6 จะได้รับโทษตามที่กำหมายกำหนด ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากโรงพยาบาลเถิน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านเด่นแก้ว นำโดย นางกอบกุล สาวงศ์ตุ้ย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มเวชปฏิบัติชุมชน โรงพยาบาลเถิน นางอรพรรณ กาศโอสถ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางจุรีมาศ ไทรงาม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และนางพนัดดา ชัยอ้าย นักวิชาการสาธารณสุข ร่วมบรรยายให้ความรู้ 

          นายจุมพร ชมภูรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลล้อมแรด เปิดเผยว่า ในการฝึกอบรมจะให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจความหมาย หรือคำนิยามต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ และเสี่ยงต่อการกระทำความผิดว่าด้วยกฎหมายควบคุมยาสูบ อย่างคำว่า บุหรี่ และ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งมีความหมายต่างกัน บุหรี่ หมายความว่า บุหรี่ซิกาแรก บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น ยาเส้น หรือยาเส้นปรุงตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ เป็นต้น ส่วนคำว่า ผลิตภัณฑ์ยาสูบ หมายถึง ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบและผลิตภัณฑ์อื่นใดที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบหรือพืชนิโคเชียทานาแบกกุ้ม ไม่ว่าจะใช้เสพโดยวิธีสูบ ดม อม เคี้ยว เป่า หรือพ่นเข้าไปในปากหรือจมูก หรือโดยวิธีอื่นใดเพื่อให้ได้ผลเป็นเช่นเดียวกัน และในความพยายามที่จะให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบบังคับให้ครอบคลุมทั้งหมด กระทรวงสาธารณสุขก็มีการเสนอ ยาสูบประเภทปรุงแต่งกลิ่นรส อย่างเช่น บาระกู่ซึ่งเป็นยาสูบที่ไม่มีส่วนประกอบของใบยาสูบหรือพืชนิโคเชียทานาแบกกุ้มตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะใช้นิโคตินที่สกัดแล้ว สูบร่วมกับกากผลไม้ เพื่อเพิ่มหอม หวาน ใช้สูบกับเครื่องสูบผ่านน้ำ  ซึ่งจะพบการใช้มากที่สุดตามสถานบันเทิงในตัวเมืองขนาดใหญ่ การใช้จึงไม่แพร่หลายในบ้านเรา แต่มีผลเป็นอันตรายต่อสุขภาพแทบทั้งสิ้น และบุหรี่ไฟฟ้า เสนอให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบอีกประเภทหนึ่งที่บังคับตามกฎหมาย ทั้งนี้เจตนารมณ์ของกฎหมายควบคุมยาสูบ เพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอยู่ในวงจำกัดไม่ให้แพร่หลาย ไม่ต้องการให้เด็ก เยาวชน เข้าถึงยาสูบได้โดยง่าย ป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ และควบคุมไม่ให้มีส่วนประกอบเพื่อไม่ให้มีพิษภัยกับประชาชนมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องใช้จ่ายค่ารักษาโรคที่เกิดจากพิษภัยของยาสูบ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ต้องรู้และเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างระมัดระวัง

          โดยการบังคับใช้แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนผู้สูบ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะสถานที่มีการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมการสูบบุหรี่ให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้พิษภัยของควันบุหรี่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพบุคคลอื่นที่ไม่สูบบุหรี่ ส่วนใหญ่เป็นสถานที่สาธารณะ กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด 100% แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ สถานบริการสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพ เช่น คลินิก โรงพยาบาล สถานพยาบาล สถานีอนามัย สำนักงานสาธารณสุข นวดแผนโบราณ อบไอน้ำ อบสมุนไพร สปา ร้านขายยา ฯลฯ สถานศึกษา สถานที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น สถานที่ออกกำลังกาย สนาม และสถานการณ์กีฬา ร้านค้า สถานบริการ สถานบันเทิง สถานบริการทั่วไป โถงพักคอย และทางเดินทั้งหมดภายในอาคาร สถานที่ทำงาน สถานที่สาธารณะทั่วไป ยานพาหนะและสถานีขนส่งสาธารณะ และศาสนสถาน สถานปฏิบัติธรรมในศาสนา และนิกายต่างๆ เช่น สถานที่ปฏิบัติธรรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเขตยกเว้นให้สามารถจัดเขตสูบบุหรี่ได้ ซึ่งมีเพียง 2 กรณี กรณีที่ 1 บริเวณนอกเหนือพื้นที่ส่วนที่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ,สถานที่ให้บริการน้ำมัน หรือแก๊สเชื้อเพลิง และสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และกรณีที่ 2 สถานที่ที่สามารถจัดเขตสูบได้ทุกพื้นที่ กล่าวคือทั้งในและนอกอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติ โดยเขตปลอดบุหรี่นั้นจะต้องแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ ไม่มีการสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ และไม่มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับการสูบบุหรี่ เช่น ที่เขี่ยบุหรี่

           ด้าน นางกอบกุล สาวงศ์ตุ้ย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้าโครงการล้อมแรดสดใสไร้ควันบุหรี่ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เปิดเผยว่า โครงการได้มีการสำรวจข้อมูลการบริโภคบุหรี่ของประชาชนชาวตำบลล้อมแรด ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2555 จากยอดประชากรทั้งตำบล 15,088 คน พบว่าผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีการสูบบุหรี่ จำนวน 1,264 คน คิดเป็นร้อยละ 9.53 โดยพบว่าในเพศชายมีการสูบบุหรี่มากที่สุด จำนวน 1,056 คน คิดเป็นร้อยละ 58.47 และเพศหญิงสูบบุหรี่ จำนวน 208 คน คิดเป็นร้อยละ 41.11 โดยพฤติกรรมการบริโภคบุหรี่มากที่สุดอยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน วัยสูงอายุ และยังพบอีกว่ามี ร้อยละ 58.70 มีการสูบบุหรี่ติดต่อกันมานานกว่า 20ปี รองลง ร้อยละ 24.37 มาอยู่ในช่วง 10-19 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะสูบเป็นประจำทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 90.51 มีเพียงร้อยละ 9.49 ที่สูบบุหรี่ไม่เป็นประจำทุกวัน และยังพบอีกว่าการสูบน้อยกว่า 5 มวนต่อวันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 53.72 รองลงมาอยู่ในช่วง 6-10 มวนต่อวัน และในช่วง 11-20 มวนต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 31.41 และ 14.79 ตามลำดับ มีเพียงร้อยละ 0.08 ที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน โดยพบว่ายาสูบที่นิยมสูบมากที่สุด เป็นบุหรี่โรงงานมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 55.22 รองลงมาได้แก่ บุหรี่มวนเอง คิดเป็นร้อยละ 49.84 เนื่องจากบริบทของตำบลล้อมแรด มีทั้งชุมชนที่อยู่ในเขตเมือง และเขตชนบท จึงทำให้ผู้มีรายได้น้อยหันไปใช้ยาสูบประเภทอื่นๆ เช่น ยานัตถุ์ หรือเคี้ยวยาสูบ คิดเป็นร้อยละ 0.40 จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทราบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่มีการใช้ยาสูบมากกว่า 1 ประเภท และมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด ถึงร้อยละ 10.36 การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ พิษภัยของบุหรี่ โดยเฉพาะควันบุหรี่มือสอง และควันบุหรี่มือสามยังจะส่งผลต่อบุคคลในครอบครัว และชุมชน จากข้อมูลการสำรวจร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบในเขตเทศบาลพบว่ามีอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน

           โดยกิจกรรมโครงการมีทั้งการอบรมให้ความรู้ เพื่อสร้างความตระหนัก ถึงพิษภัยของบุหรี่ ที่ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของผู้สูบ ควันบุหรี่มือสองกับผู้ที่อยู่รอบข้าง  และควันบุหรี่มือสามที่ควันพิษตกค้างตามสิ่งแวดล้อม มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเยาวชน เด็ก นักเรียน และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ในรายที่อยากเลิกก็ได้ชวนให้เข้าร่วมโครงการเลิกบุหรี่ โดยมี    ผู้สมัครใจร่วมกิจกรรมเลิกบุหรี่จำนวนหนึ่ง สำหรับการเลิกบุหรี่จะสำเร็จได้หรือไม่ ขึ้นอยู่ว่าจะทำใจได้มากขนาดไหน มีทั้งใช้สมุนไพรบำบัดรักษา และใช้วิธีหักดิบด้วยตนเอง ในรายที่เลิกบุหรี่นั้น ก็จะมอบหมายให้ อสม.ในหมู่บ้านเฝ้าติดตามดูพฤติกรรม และรายงานผลให้ทราบทุกระยะๆ รวมถึงการเข้าไปตรวจเยี่ยม ซึ่งในรายที่เลิกบุหรี่ใหม่ๆ อาจจะส่งผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น หิวกระหาย นอนไม่หลับ และใจสั่น ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการปรับตัว แต่หากพ้นช่วงนี้ไปได้ก็จะทำให้การเลิกบุหรี่ได้ผลเร็วขึ้น ส่วนภาคชุมชนก็ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการชุมชน และนโยบายสาธารณะของหมู่บ้าน อาทิ ห้ามสูบบุหรี่ในงานบุญประเพณี งานมงคล และอวมงคล รวมถึงสถานที่สาธารณะในชุมชนที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ 100%    ผู้ที่ฝ่าฝืนก็จะถูกปรับ 2,000 บาท

            สำหรับการอบรมความรู้ด้านกฎหมายควบคุมยาสูบ ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้ และนำไปใช้เป็นแนวทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการจำหน่ายบุหรี่ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ตามมาตรา 4 จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ขายในการสังเกต ตามความเหมาะสม หรือจะสอบถามอายุของผู้ซื้อบุหรี่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ขายก็ต้องคำนึงถึงกรณีให้บุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ขายบุหรี่ให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีความผิดตามกฎหมายด้วย และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดแบ่งขาย แยกมวน อาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 ซึ่งกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องมีฉลากรูปภาพ และข้อความคำเตือนถึงสารพิษ หรือสารก่อมะเร็งในฉลากบุหรี่ซิกาแรด ซิการ์ ยาเส้น โดยห้ามมิให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกกรณี การวางขายจะต้องเก็บไว้ในที่ปกปิดมิดชิด และห้ามส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยแจก แถม เช่น ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตแล้วแถมบุหรี่ รวมถึงการแสดงการให้บริการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนก็จะได้รับโทษตามกฎหมายกำหนดมีโทษปรับในอัตราสูงสุดถึง 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

           อย่างไรก็ตามตนก็คาดหวังว่าผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ในเขตเทศบาลตำบลล้อมแรด จะปฏิบัติตามกฎหมาย แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการเข้ารับการอบรมไม่มาก แต่ก็เกินเป้าหมายที่ทางโครงการตั้งไว้ ข้อมูลจากเดิมร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ที่สำรวจได้ทั้งหมด 113 ร้านค้า ปรากฏมีผู้เข้ารับการประชุม/อบรมเพียง 38 ร้านค้า สูงกว่าเป้าหมายที่ประมาณเอาไว้ 25 ร้านค้า ซึ่งขณะนี้ก็ได้ประสานขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยร้านค้าที่ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ ก็จะได้รับป้ายขอบคุณร้านค้าไม่ขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และยังได้ชักชวนให้ผู้ประกอบการเข้าโครงการร้านค้าสีขาว ที่งดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดอย่างถาวร โดยคำนึงถึงผลเสียต่อสุขภาพ และสังคมส่วนรวม ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้หรือไม่.

  Copyright 2005-2012 เทศบาลตำบลล้อมแรด All rights reserved.
view