สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/03/2009
ปรับปรุง 20/09/2017
สถิติผู้เข้าชม 1,824,264
Page Views 1,880,422
 

เมนู

 
ตลาดงานกรมจัด
ศูนย์ข่าวสารตลาดแรงงานจังหวัดลำปาง

บทความ ฉ.15-16

บทความกฎหมาย

อ่านกฎหมายสัปดาห์ละนิด เพื่อสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

 

 

                                                           ปีที่ ๑  ฉบับที่ ๑๕  ประจำวันพุธที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

มีคำกล่าวกันว่า การจะดูความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของบ้านเมืองว่าอยู่ดี กินดี มีสุข ให้พิจารณาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศในท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นชนบทหรือในเมือง ถ้าประชาชนเหล่านั้นดำรงชีพอย่างอยู่ดีมีสุข ไม่เบียดเบียนกัน ต่างมีความเคารพนับถือในกฎกติกาของชุมชนนั้นๆ ย่อมส่งผลให้บ้านเมืองนั้นมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ไม่ล่มสลาย ไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด 

                                ความเข้มแข็งของท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประการหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งคือ รายได้ที่จะนำมาพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ  หากจะรอแต่รายได้สนับสนุนจากส่วนกลาง การพัฒนาท้องถิ่นย่อมเป็นไปอย่างเชื่องช้า และไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร  ซึ่งแหล่งที่มาเกี่ยวกับรายได้ของท้องถิ่นที่สำคัญก็คือ ภาษี นั่นเอง

                                ภาษีที่ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บได้เอง เมื่อได้มาแล้วก็สามารถจัดสรรเพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คือ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีบำรุงท้องที่  ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ เรามาศึกษาในเรื่องของภาษีโรงเรือนและที่ดินกันก่อนครับ

                               

ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

 

 

 

ความหมาย

 

 

 


                                ภาษีโรงเรือนและที่ดิน หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องไปกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น

                                ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ได้แก่ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้น และในปีที่ผ่านมาได้มีการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น เช่น ให้เช่า ใช้เป็นที่ทำการค้าขาย ที่ไว้สินค้า ที่ประกอบอุตสาหกรรม ให้ญาติ บิดา มารดา บุตร หรือผู้อื่นอยู่อาศัย หรือใช้ประกอบกิจการอื่นๆ เพื่อหารายได้ และไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

 

ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

 

 


                                ๑. พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน

                                ๒. ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาล หรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการของรถไฟโดยตรง

                                                ๓. ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะ และโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการที่ไม่ใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา

                                                ๔. ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียวหรือเป็นที่อยู่สงฆ์

                                ๕. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปีและเจ้าของไม่ได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่นอกจากคนเฝ้าในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน

                                ๖. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้

                                ๗. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม

ผู้มีหน้าที่เสียภาษี

               

                                                ๑. เจ้าของทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษี

                                                ๒. แต่ถ้าเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ได้ไปปลูกสร้างในที่ดินของคนอื่น ให้เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับทรัพย์สินทั้งหมด

กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี

 

 

 


                                ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตามแบบ ภรด.๒ ณ สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่  ถ้าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลล้อมแรด ให้มายื่นแบบ ภรด. ๒ ที่ห้องงานจัดเก็บรายได้ กองคลัง เทศบาลตำบลล้อมแรด  ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีครับ 

การคำนวณภาษี การประเมินค่ารายปี และอัตราภาษี

 

 

 


                                การคำนวณภาษีโรงเรือนและที่ดินคิดจากค่ารายปีของทรัพย์สินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่ารายปี เช่น บ้านให้เช่าก็จะมีค่ารายปีคิดตามจำนวนเงินที่ให้เช่าทั้งปี ถ้าให้เช่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ค่ารายปีคือ ๑๒,๐๐๐ บาท ค่าภาษีจะเท่ากับ ๑๒,๐๐๐ Í (๑๒.๕÷๑๐๐) = ค่าภาษี คือ ๑,๕๐๐ บาท

                   ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่า แล้วเจ้าค่ารายปีที่ว่านี้หมายถึงอะไร  นายนิติกรขอเรียนว่า ค่ารายปี
ที่ว่ามานี้ คือ จำนวนเงินซึ่งตีราคาจากทรัพย์สินนั้น ถ้านำมาให้เช่าแล้ว ค่าเช่ารวมทั้งปี ก็คือค่ารายปี  แต่ทีนี้ถ้าหาค่าเช่าไม่ได้เพราะเหตุว่าเป็นการประกอบธุรกิจของตนเอง  เจ้าพนักงานก็จะประเมินค่ารายปีในกรณีนี้ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนด ซึ่งรัฐมนตรีฯ ก็ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ประเมินค่ารายปีในกรณีนี้เทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่าที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด ทำเล ที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกัน

                               

                                การประเมินค่ารายปี มีหลักเกณฑ์ในการประเมิน ดังนี้

                                ๑. กรณีที่ทรัพย์สินนั้นมีการให้เช่าและค่าเช่าตามสมควร ให้นำค่าเช่ามาคิดเป็นรายปี

                                ๒. กรณีทรัพย์สินให้เช่าแชะค่าเช่าไม่สมควรหรือหาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินประกอบกิจการเอง ให้ประเมินค่ารายปีโดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินในปีที่ผ่านมา หรือเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินในบริเวณใกล้เคียงกันที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเล ที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกันในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่อเดือนตามทำเลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตามประเภทของทรัพย์สิน

                                ๓. กรณีไม่สามารถเทียบเคียงตามข้อ ๒ ได้ อาจประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินโดยใช้มูลค่าของทรัพย์สินมาประกอบการประเมินได้

                               

                                อัตราภาษี คิดร้อยละ ๑๒.๕ ของค่ารายปี เช่น ค่าเช่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ค่ารายปีคิดจากค่าเช่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม คือ ๑๒ เดือน ค่าเช่าเท่ากับ ๑๒,๐๐๐ บาท ค่ารายปีก็คือ ๑๒,๐๐๐ บาท เช่นกัน  เมื่อค่ารายปีมีจำนวนดังกล่าว ก็จะนำเข้าสูตรการคำนวณ ดังนี้

                                ๑๒,๐๐๐ Í (๑๒.๕÷๑๐๐(หรือ ๑๒.๕%)) = ค่าภาษี คือ ๑,๕๐๐ บาท

เงินเพิ่ม

 

 

 


                                ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เมื่อได้รับแจ้งการประเมินแล้วจะต้องนำเงินค่าภาษีไปชำระภายใน ๓๐ วันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิฉะนั้นจะต้องเสียภาษีเพิ่ม ดังนี้ ๑. ถ้าชำระไม่เกิน ๑ เดือนนับแต่วันพ้นกำหนดให้เพิ่มร้อยละ ๒.๕ ของค่าภาษีที่ค้าง  ๒. ถ้าเกิน ๑ เดือน แต่ไม่เกิน ๒ เดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๕ ของค่าภาษีที่ค้าง   ๓. ถ้าเกิน ๒ เดือน แต่ไม่เกิน ๓ เดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๗.๕ ของค่าภาษีที่ค้าง และ ๔. ถ้าเกิน ๓ เดือน แต่ไม่เกิน ๔ เดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีที่ค้าง

 
 

 

บทกำหนดโทษ


               

                                บทกำหนดโทษของผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินนี้ มีหลายประการ เช่น ละเลยไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่แจ้งรายการเพิ่มเติมรายละเอียดยิ่งขึ้นเมื่อเรียกร้อง ไม่นำพยานหลักฐานมาแสดง หรือไม่ตอบคำถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถามผู้รับประเมินในเรื่องใบแจ้งรายการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือยื่นข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

 

                                ความเข้มแข็งของท้องถิ่นนั้นมิใช่อยู่ที่ความเป็นอิสระเท่านั้น หากต้องอยู่ที่การบริหารจัดการท้องถิ่นบนลำแข้งของตนเองหรือพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด และทำหน้าที่ด้วยความจริงจังและจริงใจ เต็มความสามารถ ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งคือรายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ซึ่งเงินภาษีที่ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บได้เองและสามารถนำมาจัดสรรเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้เอง นับว่ามีความสำคัญมากที่สุด  ถ้าประชาชนต้องการให้ท้องถิ่นพัฒนาก้าวหน้า มีการบริการที่ดี ขอความร่วมมือร่วมใจชำระภาษีเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของเราเอง  สวัสดีครับ.

********************************************************

 

 

บทความกฎหมาย

อ่านกฎหมายสัปดาห์ละนิด เพื่อสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

 

 

                                                           ปีที่ ๑  ฉบับที่ ๑๖  ประจำวันพุธที่ ๒๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๑

                               

 

 

                       หลายท่านยังคงสงสัยว่าคำว่า ภาษี คืออะไร คำว่า ภาษี เป็นคำนาม หมายความว่าเงินที่รัฐหรือท้องถิ่นเรียกเก็บจากบุคคล เพื่อใช้จ่ายในการบริหารประเทศหรือท้องถิ่น เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น

                   สำหรับภาษีที่จะกล่าวในสัปดาห์นี้ คือ ภาษีป้าย ครับ

 

ภาษีป้าย

 

 

การจัดเก็บภาษีป้าย

 

 

 


                                ๑. ป้ายที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีใดๆ  โดยที่ไม่เป็นป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย

                                ๒. ป้ายที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้าย ได้แก่

                                   ๒.๑ ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพ และบริเวณของโรงมหรสพนั้น เพื่อโฆษณามหรสพ

                                   ๒.๒ ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้าหรือสิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุสินค้า

                                   ๒.๓ ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว

                                   ๒.๔ ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์

                                   ๒.๕ ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นหรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้เพื่อหารายได้ และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง (กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ใช้บังคับเมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ กำหนดว่าต้องเป็นป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกิน ๓ ตารางเมตร) แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

                                   ๒.๖ ป้ายของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

                                   ๒.๗ ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ

                                   ๒.๘ ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

                                   ๒.๙ ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษา ที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น

                                   ๒.๑๐ ป้ายของผู้ประกอบการเกษตร ซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน

                                   ๒.๑๑ ป้ายของวัด หรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ

                                   ๒.๑๒ ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ

                                   ๒.๑๓ ป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง  ซึ่งมีกฎกระทรวงกำหนดไว้ ได้แก่ ป้ายที่แสดงหรือติดตั้งไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์  ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ล้อเลื่อน และป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่ยานพาหนะตามที่กล่าวมาแล้วโดยมีพื้นที่ไม่เกิน ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย และระยะเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี

                               

 

 

                                ผู้ที่เป็นเจ้าของป้าย  แต่ในกรณีที่ไม่มีผู้อื่นยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายหรือเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายนั้น

                   ระยะเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้ายนั้น แบ่งเป็น ๒ กรณี คือ

                                ๑. เจ้าของป้ายที่มีหน้าที่เสียภาษีป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย (ภป.) ภายในเดือน มีนาคม ของทุกปี

                                ๒. ในกรณีที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายภายหลังเดือนมีนาคม หรือติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขป้ายอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน ๑๕ วันนับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับแต่วันเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วแต่กรณี

 

 

 

 

การคำนวณพื้นที่ป้าย  อัตราภาษีและการคำนวณภาษี

                  

 

                                ๑. การคำนวณพื้นที่ป้าย

                                                   ๑.๑ ป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้คิดดังนี้

ส่วนกว้างที่สุด Í ส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย

                               

                               

                      ๑.๒ ป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้ถือตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขตเพื่อกำหนดส่วนกว้างที่สุด ยาวที่สุด แล้วคำนวณตามข้อ ๑.๑

                                ๒. อัตราภาษีป้าย แบ่งเป็นดังนี้

                                    ๒.๑ ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน ๓ บาท ต่อ  ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร

                    ๒.๒ ป้ายที่มีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศ หรือเครื่องหมาย ๒๐ บาท ต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร

                                    ๒.๓ ป้ายดังต่อไปนี

                                                ก. ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย

                        ข. ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ๔๐ บาท ต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร

                    ๒.๔ ป้ายตามที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อคำนวณค่าภาษีแล้ว หากจะต้องเสียภาษีต่ำกว่า ๒๐๐ บาท ให้เสียภาษีป้ายละ ๒๐๐ บาท

                                ๓. การคำนวณภาษีป้าย มีสูตรคำนวณ ดังนี้

                                ภาษีป้าย = (พื้นที่ป้าย ÷ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร) Ð ประเภทของป้าย (ดูตามข้อ ๒.๑ ถึงข้อ ๒.๓)

                                เช่น ป้ายที่ต้องเสียภาษีมีพื้นที่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเซนติเมตร เป็นป้ายที่มีอักษร
ไทยล้วนตามข้อ ๒.๑ ป้ายนี้จะต้องเสียภาษี คือ (๑๐,๐๐๐
÷ ๕๐๐) Ð= ๖๐ บาท

                               

ขั้นตอนในการชำระภาษีป้าย

 

 


                                                ๑. ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.๑) พร้อมด้วยหลักฐาน

                                ๒. พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเป็น ๒ กรณี ดังนี้

                                   ๒.๑ กรณีที่ผู้เสียภาษีป้ายประสงค์จะชำระภาษีป้ายในวันยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีป้าย ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประเมินภาษีป้ายได้ทันที ให้แจ้งผู้เสียภาษีป้ายว่าจะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเท่าใด

                                                   ๒.๒ กรณีผู้เสียภาษีป้ายไม่พร้อมจะชำระภาษีในวันยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย พนักงานเจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งการประเมิน (ภป.๓) แจ้งจำนวนเงินภาษีที่จะต้องชำระแก่ผู้เสียภาษี

                                ๓. ผู้เสียภาษีต้องมาชำระเงินค่าภาษีป้ายภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิเช่นนั้น จะต้องเสียเงินเพิ่ม เช่น ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีป้าย หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้องทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม เป็นต้น

                                ๔. การชำระภาษีป้าย กรณีที่ติดตั้งในปีแรก ให้คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละ ๓ เดือน เริ่มเสียตั้งแต่งวดที่ติดตั้งจนถึงงวดสุดท้ายของปี  โดยในงวดที่หนึ่ง เดือนมกราคม - มีนาคม ให้เสียร้อยละ ๑๐๐  งวดที่สอง เดือนเมษายน - มิถุนายน ให้เสียร้อยละ ๗๕  งวดที่สาม เดือนกรกฎาคม - กันยายน ให้เสียร้อยละ ๕๐  และงวดที่สี่ เดือนตุลาคม - ธันวาคม ให้เสียร้อยละ ๒๕

                                นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นบทกำหนดโทษทางอาญา กรณีที่มีการแจ้งข้อความเท็จ จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่  หรือไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องการอุทธรณ์การประเมินภาษีป้าย รวมไปถึงการขอคืนภาษีป้าย  ซึ่งหากท่านผู้อ่านไม่เข้าใจในหลักเกณฑ์เกี่ยวกับภาษีที่เทศบาลจัดเก็บ ก็สามารถสอบถามมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๕๔๒๙-๑๕๒๐ ต่อ ๑๗ ห้องงานจัดเก็บรายได้ กองคลัง หรือจะสอบถามมายังนายนิติกรก็ได้นะครับ

                                สัปดาห์นี้ นายนิติกรได้ใช้หน้ากระดาษจนเต็มโควตาแล้ว จึงขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ

 

  Copyright 2005-2012 เทศบาลตำบลล้อมแรด All rights reserved.
view