สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/03/2009
ปรับปรุง 20/09/2017
สถิติผู้เข้าชม 1,824,025
Page Views 1,880,162
 

เมนู

 
ตลาดงานกรมจัด
ศูนย์ข่าวสารตลาดแรงงานจังหวัดลำปาง

บทความกฎหมาย ฉ.5-6

บทความกฎหมาย

อ่านกฎหมายสัปดาห์ละนิด เพื่อสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

                                                          ปีที่ ๑  ฉบับที่ ๕  ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๐

ท่านผู้อ่านเคยเห็นเด็กๆ (สาว) สมัยนี้ใส่เสื้อผ้าในหน้าหนาวกันหรือเปล่าครับ นายนิติกรเคยเห็นแล้ว และบ่อยด้วย อากาศก็หนาว แต่สาวๆ ท่านก็ยังใส่กางเกงขาสั้น แถมยังรัดติ้ว ไม่ใส่เสื้อกันหนาวกันอีกต่างหาก ไม่กลัวตะเข้ตะโขงกันซะบ้างเลย ในสัปดาห์นี้ นายนิติกรก็เลยถือโอกาสเผยแพร่กฎหมายอาญาในกลุ่มความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้รับทราบกันสักหน่อย เผื่อจะได้เป็นข้อคิดสะกิดใจให้รู้เท่าทันกฎหมายกัน เรามาเริ่มกันเลยครับ

                                กลุ่มความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาที่สำคัญมี ดังนี้

๑. ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา(ผู้อื่น) เราไปดูมาตรา ๒๗๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญากัน

เดิมที ข้อหานี้บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน.........ดังนั้น ตามกฎหมายเก่า การข่มขืนกระทำชำเราจึงประกอบด้วย การข่มขืนซึ่งหมายถึง มีการข่มขืนจิตใจโดยผู้ถูกกระทำไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย  ส่วนกระทำชำเรา ก็คือการใช้อวัยวะเพศกระทำต่ออวัยวะเพศหรือที่เรียกว่า การร่วมประเวณี (เดิม ศาลท่านตัดสินเป็นแนวบรรทัดฐานมาตลอดว่า ต้องเป็นการที่อวัยวะเพศของชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของหญิง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม) อีกทั้งต้องเป็นกรณีที่ชายกระทำต่อหญิงซึ่งมิใช่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของตนเท่านั้นด้วย

ต่อมาได้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าว เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2550 กฎหมายที่แก้ไขใหม่ระบุว่า ผู้ใด(ไม่เฉพาะชายเท่านั้น) ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น(ไม่เฉพาะหญิงซึ่งมิใช่ภริยาเท่านั้น) โดยประกอบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ๑. โดยการขู่เข็ญด้วยประการใดๆ หรือ ๒.โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ ๓.โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น  ความผิดนี้ เบาะๆ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๘,๐๐๐ บาทถึง ๔๐,๐๐๐ บาท กฎหมายใช้และนะครับ นั่นแสดงว่าต้องโดนทั้งจำคุกและก็ปรับด้วย  โทษหนักหรือเปล่าครับ

สำหรับ การกระทำชำเรา ตามกฎหมายใหม่นั้นก็หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้ ๑. อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือ ๒.การใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

นั่นหมายความว่า ชายกระทำชำเรากับชายก็ได้ หญิงกระทำชำเราชายก็ได้ ชายกระทำชำเราหญิงก็ได้ หรือหญิงกระทำชำเราหญิงก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้อวัยวะเพศกระทำต่ออวัยวะเพศเท่านั้น
หากสามารถใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักก็ได้ หรือใช้อวัยเพศกระทำต่อทวารหนัก หรือช่องปากก็ได้  ต่อไปคดีขึ้นสู่ศาลก็คงพิสูจน์กันสนุกละครับ

แต่ถ้าการกระทำความผิดข้างต้นได้กระทำโดย มีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง (๒ คนขึ้นไปโดยร่วมมือร่วมใจกัน) หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑๕ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต (โทษหนักสุดๆ เลยครับ)

แต่อย่างไรก็ดี กฎหมายใหม่ได้ผ่อนคลายความเคร่งครัดลง ถ้าหากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง (คือการที่มิได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน) เป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้

 

                                ๒. ข้อหากระทำชำเราเด็ก คือ การที่กระทำชำเราเด็ก(ไม่ว่าชายหรือหญิง) ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนเอง ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จะมีความผิดอยู่ ๒ กรณี คือ

                                ๒.๑ กระทำชำเราเด็ก (ไม่ว่าชายหรือหญิง) ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนเองที่มีอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๘,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท

                                ๒.๒ กระทำชำเราเด็ก (ไม่ว่าชายหรือหญิง) ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนเองที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ๗ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๔,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

                           แต่ถ้าการกระทำดังกล่าวได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง หรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน และเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ผู้ที่กระทำความผิด ต้องระวางโทษ จำคุกตลอดชีวิต

                                อย่างไรก็ดี  ความผิดตามข้อ ๒.๑ ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปี กระทำต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่า ๑๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปี โดยเด็กนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสมรสกัน ผู้ทำผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้ได้รับการปล่อยตัวไป

                                                กฎหมายยังได้บัญญัติเพิ่มโทษให้หนักขึ้นอีก ถ้าหากการทำผิดในข้อ ๑ และข้อ ๒ เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย ซึ่งโทษสูงสุดคือประหารชีวิตครับผม

             

                                ทีนี้เราลองมาดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกากันสักหน่อย ดูว่าศาลฎีกาท่านมีคำวินิจฉัยอย่างไรกับการกระทำผิดทั้งสองข้อหานี้ แต่ขอเรียนไว้ก่อนนะครับว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่นายนิติกรยกมาเป็นตัวอย่างในวันนี้ เป็นการตัดสินตามกฎหมายเดิม แต่ก็ยังคงนำมาเป็นกรณีศึกษาและปรับใช้กับกฎหมายที่แก้ไขใหม่นี้ได้

 

                   เรื่องแรก (ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา) มีอยู่ว่า มีกระทาชายนายหนึ่งแอบเป็นชู้กับอนงค์นางหนึ่ง(อายุอานามก็เกิน ๑๕ ปีมาแล้ว) อนงค์นางยินยอมให้กระทาชายนายดังกล่าวกระทำชำเรา  ขณะกระทำชำเราก็ปรากฏว่า หนุ่มกระทงท่าทางบึกบึนมาเห็นเข้าพอดิบพอดี พอกระทาชายนายแรกเสร็จกิจ หนุ่มกระทงจึงปรี่เข้าไปขู่อนงค์นางดังกล่าวว่าถ้าไม่ยอมให้ตนทำแบบนั้นบ้างจะโฆษณาให้ชาวบ้านฟัง(แถมยังจะบอกให้สามีของหล่อนทราบด้วย)  อนงค์นางกลัวว่าหนุ่มกระทงจะโฆษณาและบอกสามีของตนจริงจึงยอมให้หนุ่มกระทงทำแบบกระทาชายนายนั้นบ้าง  ทีนี้ไม่นานนักเรื่องเกิดแดงขึ้นมา คดีไปถึงโรงถึงศาล  ศาลฎีกาท่านพิจารณาสำนวนคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงตัดสินว่า อนงค์นางได้ยอมให้กระทาชายนายหนึ่งกระทำชำเราโดยสมัครใจ กระทาชายนายนั้นจึงไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราแต่อย่างใด  ส่วนหนุ่มกระทงหลงทางนั้น อนงค์นางกลัวว่าเรื่องจะอื้อฉาวรู้ไปถึงสามีตน จึงยอมให้หนุ่มกระทงหลงทางกระทำชำเราเพื่อให้ปกปิดเรื่องไว้ เป็นการสมัครใจให้หนุ่มกระทงกระทำชำเรา จึงไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๓๔/๒๕๑๖) หนุ่มกระทงผู้หน้ามืดจึงรอดคุกรอดตะรางอย่างหวุดหวิด

 

                                ส่วนเรื่องที่สอง เป็นเรื่องตามข้อหากระทำชำเราเด็ก เรื่องมีอยู่ว่า เด็กหญิงงุบงิบผู้เลอโฉมได้ยินยอมให้นายด่องแด่งกระทำชำเรา หลังเกิดเหตุไม่นานนักได้มีการผูกข้อไม้ข้อมือเป็นสามีภริยากัน แต่เรื่องเกิดแดงขึ้นมาว่า นายด่องแด่งมีศรีภริยาอยู่ที่บ้านแล้ว เด็กหญิงงุบงิบพร้อมผู้ปกครองอดรนทนไม่ได้ หลอกฉันทำไม จึงไปแจ้งความต่อตำรวจ ทีนี้เรื่องก็ถึงโรงถึงศาลละครับ 

                                ชั้นสืบพยานในศาล  มารดาของเด็กหญิงงุบงิบเบิกความเป็นพยานฝ่ายโจทก์ว่า คลอดเด็กหญิงงุบงิบที่โรงพยาบาล หลังจากนั้น ๓-๔ วัน จึงไปแจ้งเกิด แต่ไปเบิกความต่อทนายฝ่ายจำเลยว่าได้แจ้งเกิดในสำเนาทะเบียนบ้านเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ หลังเกิดเหตุประมาณหนึ่งเดือน (เบิกความขัดแย้งกัน)

                                ส่วนเด็กหญิงงุบงิบเบิกความว่า ตนเกิดวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๓

                                (ลองคำนวณเวลาตั้งแต่วันที่เกิดคือวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ถึงวันเกิดเหตุ คือก่อนวันแจ้งเกิดในสำเนาทะเบียนบ้านในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ประมาณหนึ่งเดือน เด็กหญิงงุบงิบก็น่าจะอายุ ๑๓ ปีเศษ)

                                พนักงานสอบสวนเบิกความว่า ชั้นสอบสวน นายด่องแด่งให้การว่าเด็กหญิงงุบงิบมีรูปร่างสูงใหญ่ แต่ไม่สามารถกะประมาณอายุได้ เด็กหญิงงุบงิบบอกตนว่าอายุ ๑๘ ปี

                                ศาลท่านจึงวินิจฉัยว่า การที่พนักงานสอบสวนเบิกความเป็นพยานว่าเด็กหญิงงุบงิบมีรูปร่างสูงใหญ่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุก็มีการผูกข้อไม้ข้อมือเป็นสามีภริยากัน แสดงว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเด็กหญิงงุบงิบมีสภาพร่างกายเจริญเติบโตพร้อมที่จะเป็นภริยานายด่องแด่งได้แล้ว อีกทั้งนายด่องแด่งก็ไม่ทราบว่าเด็กหญิงงุบงิบอายุไม่เกิน ๑๕ ปี กรณีจึงเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงของนายด่องแด่ง พิพากษายกฟ้อง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๖๙๘/๒๕๔๐) นายด่องแด่งรอดคุกอย่างร่องแร่งทีเดียวครับท่านผู้อ่าน (ไม่ร่องแร่งได้อย่างไร ภริยาก็ทราบเรื่อง แถมยังเสียเวลา เสียเงินเสียทองในการไปขึ้นโรงขึ้นศาลอีก)

                   คงถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้บ้างนะครับ  สัปดาห์ต่อไปเรามาว่ากันต่อเกี่ยวกับความผิดทางเพศตามประมวลกฎหมายอาญา  คงจะเริ่มตั้งแต่ข้อหากระทำอนาจาร ข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจาร ข้อหาดำรงชีพอยู่จากรายได้หญิงซึ่งค้าประเวณี ข้อหาการค้าและเผยแพร่สิ่งลามกอนาจาร ฯลฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหน้ากระดาษที่จะเอื้ออำนวยต่อนายนิติกรนะครับ สัปดาห์นี้ ขอกล่าวคำว่า สวัสดี มีตังค์ใช้ทุกท่านครับ.

*********************************************************

 

บทความกฎหมาย

อ่านกฎหมายสัปดาห์ละนิด เพื่อสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

                                                                  ปีที่ ๑  ฉบับที่ ๖  ประจำวันพุธที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๐

เวลาผ่านไปไวเหมือนติดจรวด เผลอแป๊บเดียวล่วงเข้าไปอีกสัปดาห์แล้ว นายนิติกรจึงต้องรีบเขียนบทความกฎหมายให้ทันกับเวลาที่ผ่านไป  ตามที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับความผิดทางเพศตามประมวลกฎหมายอาญาให้เสร็จสิ้น ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนได้เขียนไปแล้ว ๒ ข้อหา คือ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา (บุคคลอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป) กับข้อหากระทำชำเราเด็ก (เด็กอายุ ๑๕ ปีลงมา) เห็นหรือเปล่าครับว่าข้อหากระทำชำเราเด็กจะไม่มีคำว่า ข่มขืน อยู่ด้วย เพราะว่า ข้อหานี้ไม่จำเป็นต้องข่มขืน แม้เด็กยินยอมก็ผิดแล้ว กฎหมายจึงใช้คำว่า กระทำชำเรา  สำหรับสัปดาห์นี้คงไม่บรรเลงดนตรีกันมากนัก เข้าสู่เนื้อร้องกันเลยดีกว่าครับ

 

                                ๑. ข้อหากระทำอนาจาร คำว่ากระทำอนาจารก็คือ การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศ เช่น
กอด จูบ ลูบ คลำ แตะต้องเนื้อตัวร่างกาย และรวมไปถึงการกระทำที่ให้อับอายขายหน้าในทางเพศด้วย และแม้จะอยู่ที่มิดชิดก็ยังผิด (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๒๗/๒๕๓๙)

                                ในมาตรา ๒๗๘ บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า ๑๕ ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ  โดยใช้กำลังประทุษร้าย  โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น (อย่างใดอย่างหนึ่งในสี่อย่างนี้ ก็มีความผิดแล้วครับ) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                                ข้อหาตามมาตรานี้จึงต้องกระทำต่อบุคคลไม่ว่าชายหรือหญิงที่มีอายุกว่า ๑๕ ปีขึ้นไป จะเป็นชายทำชาย หญิงทำหญิง ชายทำหญิง หรือหญิงทำชาย ก็ผิดได้ 

                                สำหรับการกระทำอนาจารก็จะต้องเป็นการกระทำต่อเนื้อตัวร่างกายของบุคคลอื่นโดยมีเจตนาจะล่วงเกินทางเพศต่อบุคคลนั้นด้วย การเปลือยกายหรือเปิดเผยร่างกายของตนเองต่อหน้าธารกำนัลแต่ไม่ได้กระทำต่อเนื้อตัวของบุคคลอื่น ไม่เป็นการกระทำอนาจารตามมาตรานี้ แต่เป็นความผิดเล็กน้อยตามมาตรา ๓๘๘ เรียกว่าความผิดลหุโทษ

                                มีคนเคยถามนายนิติกรว่าแล้วการลวนลามทางสายตามีความผิดหรือไม่ เท่าที่นายนิติกรสืบค้นมายังไม่พบกฎหมายทำนองนี้ แต่ถ้าลวนลามทางสายตาแถมมีคำพูดลามกออกมาบ้างประปราย ทั้งยังแสดงท่าทางประกอบด้วย  อย่างนี้อาจผิดข้อหากระทำลามกอย่างอื่นตามมาตรา ๓๘๘ ได้ครับ (ระวางโทษปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท) แต่ทั้งนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับ

 

                                ๒. ข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตามมาตรา ๒๗๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

                                แต่ถ้าผู้กระทำได้กระทำโดยประกอบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งคือ โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ  หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                                อย่างไรก็ดี กฎหมายได้เพิ่มโทษขึ้นอีกถ้าการกระทำผิดตามข้อหาตามข้อ ๑ และข้อ ๒ ข้างต้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย ซึ่งโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

                               

                                ๓. ข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจาร หมายถึง การเป็นเอเย่นต์จัดหาชายหรือหญิงไปเพื่อกระทำการที่ไม่สมควรในทางเพศ เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น (มิใช่ของตนเอง ถ้าพาไปเพื่อตนเองข้ามไปอ่านข้อที่ ๕ ครับ) แม้ผู้ที่ถูกพาไปจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้ที่พาไปต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐,๐๐๐ บาท

                                ถ้าการกระทำดังกล่าวกระทำแก่บุคคลอายุเกิน ๑๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๘ ปี ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักขึ้นอีก เป็นจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๑๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๖,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท

                                แต่ถ้าทำต่อเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ก็จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท

                                สำหรับผู้ที่รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไป หรือพาไปนั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้จัดหา ล่อไป หรือพาไปนั้นด้วย

 

                                ๔. ข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารโดยมีการใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น (มิใช่ของตนเอง ถ้าพาไปเพื่อตนเองข้ามไปอ่านข้อที่ ๖ ครับ) โทษจะหนักกว่าในข้อที่ ๓ ที่กล่าวมาแล้วครับ

 

                                ๕. ข้อหาพาบุคคลอายุเกิน ๑๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๘ ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอม
ก็ตาม ถ้ากระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี โทษจะหนักขึ้นอีก  สำหรับผู้ซ่อนเร้นบุคคลซึ่งถูกพาไปก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้พาไปด้วย

 

                                ๖. ข้อหาพาบุคคลอื่นไปเพื่อการอนาจารโดยมีการใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด  ผู้พาไปและผู้ซ่อนเร้นผู้ถูกพาไป ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน โดยโทษจะหนักกว่าโทษตามข้อ ๕ ครับ

                               

                                ถ้าความผิดข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา  ข้อหากระทำชำเราเด็ก (ที่นายนิติกรเขียนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) รวมถึงข้อหาที่ได้เขียนในสัปดาห์นี้ ได้กระทำต่อ  ผู้สืบสันดาน (ทางสายเลือด เช่น ลูก) ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล  ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ (เช่น นักโทษ ผู้ป่วย) หรืออยู่ในความปกครอง (เช่น บุตรบุญธรรม หลานที่มาอยู่ด้วยเพื่อศึกษาเล่าเรียน) อยู่ในความพิทักษ์ (กรณีผู้เสมือนไร้ความสามารถ) หรือในความอนุบาล (คนวิกลจริตที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ) ให้ระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ หนึ่งในสาม ครับผม

 

                                ๗. ข้อหาดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี หรือที่เรียกกันว่า แมงดา  ผู้ที่จะผิดมาตรานี้ต้องเป็นผู้ที่มีอายุกว่า ๑๖ ปีขึ้นไป ดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๗ ปี ถึง ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๔,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ทั้งนี้ กฎหมายมิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับค่าเลี้ยงดูจากผู้ซึ่งค้าประเวณีซึ่งพึงให้ค่าเลี้ยงนั้นตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา เช่น พ่อแม่ที่แก่ชราได้รับการเลี้ยงดูจากบุตรซึ่งค้าประเวณี เป็นต้น

 

                                ๘. ข้อหาค้าและเผยแพร่สิ่งลามกอนาจาร รวมไปถึงการแจกจ่ายแสดงอวดแก่ประชาชน
หรือช่วยทำให้แพร่หลาย
ตามมาตรา ๒๘๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                                ทีนี้เราลองมาศึกษาแนวคำพิพากษาศาลฎีกาสักสองเรื่อง เพื่อดูแนวทางการตีความกฎหมายของศาลกัน

                                เรื่องแรกมีอยู่ว่า นายมะก้องด้องไปเที่ยวงาน ณ ที่แห่งหนึ่ง บังเอิญพบกับเพื่อนเก่าที่เคยแอบชอบในวัยเรียนมัธยมต้นชื่อนางสาวเซ็กซี่ (อายุ ๑๕ หยกๆ ๑๖ หย่อนๆ) ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างถูกคอ นายมะก้องด้องได้ดวดเบียร์เข้าไปพอมึน และอาสาพานางสาวเซ็กซี่ไปส่งหอพัก  ขณะขับรถไปส่งนั้น นายมะก้องด้องก็พาแวบเข้าไปโรงแรม นางสาวเซ็กซี่ไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย นายมะก้องด้องจึงกอดคอและจับแขนลากนางสาวเซ็กซี่เพื่อจะพาเข้าห้องพักในโรงแรมให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ  นางสาวเซ็กซี่เห็นว่าหยามกันมากเกินไปจึงแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สุดท้ายเรื่องก็ไปถึงโรงถึงศาล ศาลฎีกาท่านพิจารณาสำนวนโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงวินิจฉัยว่า การที่นายมะก้องด้องกอดคอนางสาวเซ็กซี่และจับแขนลากเพื่อจะพาเข้าห้องพักในโรงแรมนั้น ถือเป็นการกระทำไม่สมควรในทางเพศ มีความผิดฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้เสียหาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘ วรรคแรก  นายมะก้องด้องแทนที่จะไปนอนในโรงแรม เลยต้องไปนอนที่ฮ่องกงแทน (ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๙๕๓/๒๕๓๙)

 

                                เรื่องที่สองมีอยู่ว่า นายดำลงบอกกับสามีภริยาคู่หนึ่งว่า มีคู่ชายหญิงพร้อมจะแลกเปลี่ยนคู่นอนกัน แต่ต้องสมัครสมาชิกโดยเสียเงินค่าสมัครสมาชิก พร้อมทั้งนำหลักฐานคือทะเบียนบ้านและเลขทะเบียนสมรสมาแสดง ทีนี้ตำรวจได้จับกุมนายดำรงและต่อมาได้มีการฟ้องคดีต่อศาล  คดีมาถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งปวงแล้ววินิจฉัยว่า การที่นายดำลงเป็นผู้ติดต่อชักชวนให้สมาชิกมาพบกันเพื่อมีการตกลงแลกเปลี่ยนคู่นอน แม้สมาชิกจะตกลงยินยอมตามความสมัครใจกันเองก็ตาม แต่ก็ถือว่านายดำลงเป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารแล้ว แม้หญิงจะยินยอมก็เป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๒ วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายอาญา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๖๓๔/๒๕๔๖)


                               
เป็นอย่างไรบ้างครับ ความผิดเกี่ยวกับเพศที่นายนิติกรได้นำเสนอมาแล้วถึงสองสัปดาห์  จริงๆ แล้วความผิดเกี่ยวกับเพศยังมีบัญญัติตามกฎหมายอื่นๆ อีกไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยการปรามการค้าประเวณี แต่เนื่องจากสัปดาห์นี้ นายนิติกรได้รบกวนสายตาและเวลาท่านผู้อ่านมาพอสมควรแล้ว จึงต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีครับ.

                                    ******************************************************

  Copyright 2005-2012 เทศบาลตำบลล้อมแรด All rights reserved.
view